6 เมษายน 2559

เมื่อความฝันกลายเป็นความจริง

สวัสดีครับ ผมเอกอินดี้ วันนี้จะมาเล่าเรื่องของความฝันที่กลายเป็นความจริง

เมื่อผมได้ตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อที่จะเป็นช่างภาพระดับโลก ทำไมถึงต้องเป็นช่างภาพระดับโลก

  1. ได้เที่ยวทั่วโลกอย่างแน่นอน 
  2. เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก 
  3. ได้ถ่ายรูปบันทึกความทรงจำ
  4. ฯลฯ
ผมก็ยังรับจ้างถ่ายรูปอยู่บ้างในตอนแรก แต่มีอยู่วันหนึ่ง ตอนนั้นเป็นวันแม่ เขามีกิจกรรม  Bike for mom ที่ต้องปั่นจักรยานในกรุงเทพฯและก็ทั่วประเทศ เป็นงานที่ใหญ่มาก 

และพอดีกับที่ผมกำลังจะกลับไปหาแม่ เลยนึกขึ้นได้ว่าทำไมเราไม่ปั่นจักรยานไปหาแม่ล่ะ ผมอยู่กรุงเทพฯ แม่อยู่ชัยนาท ระยะทาง 200 กม.โดยประมาณ ตอนนั้นผมก็ไม่มีจักรยาน ไม่เคยปั่นจักรยานไกลแบบนั้นมาก่อน ทำยังไงดีล่ะ แฟนผมก็เลยสนับสนุนซื้อจักรยานให้เพราะว่าผมปั่นจริง เป็นจักยานธรรมดามีเกียร์ 


โอเคเริ่มจะยาวแล้วขอย่อเลยละกันนะครับเดี๋ยวจะไม่จบง่ายๆถ้าเล่าหมด 

ผมก็ปั่นไปหาแม่ วันที่ปั่นผมก็อัดวีดีโอเอาไว้ด้วย เพื่อให้เพื่อนๆหรือญาติได้ดูผมก็ได้ทำการตัดต่ออัพขึ้น YouTube 
กลับมากรุงเทพไม่กี่วัน น้าที่อยู่ภูเก็ตเขาเข้ามากรุงเทพฯพอดีเลยชวนผมไปกินข้าว ก็คุยกันไปเรื่อยๆ ผมบอกว่าผมจะทำงานที่เที่ยวได้ทุกวัน 

จากนั้นแหละน้าก็ชวนผมไปเที่ยวภูเก็ตเลย จะได้ไปทำวีดีโอลง YouTube ทริปนั้นผมก็ยังได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอีกด้วย หลังจากนั้นมาเรื่อยๆน้าก็ชวนไปเที่ยวเชียงใหม่อีก มาล่าสุดคือเที่ยวเกาหลีใต้

เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากไปเที่ยวประเทศนอก อยากเห็นว่าข้างนอกประเทศมันเป็นเช่นไร


เที่ยวเชียงใหม่


เที่ยวเกาหลี

ที่เล่ามาทั้งหมดคุณคิดว่าเกิดจากอะไรเหรอครับ?

ความฝันมันจะกลายเป็นจริงได้ ถ้าเราต้องการและมุ่งมั่นจริงๆ คุณต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แม้ตอนนี้ผมจะไม่ได้เที่ยวทุกวัน แต่มันก็ใกล้เคียง และผมคิดว่าอีกไม่นานมันต้องกลายเป็นความจริงอย่างแน่นอน

ผมอยากให้ทุกคนที่เกิดมาแล้วได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำมันในชีวิตนี้ 

ผมต้องเป็นช่างภาพระดับโลกให้ได้เลย

สามารถติดตามผมได้ที่ YouTube Aek Indy


29 กันยายน 2558

13 วิธีการฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายรูป วิธีที่ 1 สองโหล

พอดีผมไปเจอบล็อก Fotofaka.com ที่เขียนบทความ 13 วิธีการฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายรูป
ซึ่งมีทั้งหมด 13 วิธี และวิธีแรกก็คือ สองโหล

สองโหล = 24 รูปนั่นเอง

วิธีการคือ ให้เลือกสถานที่และยืนอยู่จุดหนึ่งห้ามย้ายที่ จากนั้นถ่ายมา 24 ภาพโดยไม่ให้ซ้ำกัน

ตอนแรกก็คิดว่าง่ายๆ ถ่ายแปบเดียวก็ได้แล้ว แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น ให้ยืนอยู่จุดเดียวแล้วถ่าย ผมก็ดันเลือกที่คนเยอะซะด้วย อนุสาวรีย์ชัย ทำให้ต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้รูปทั้งหมด ตอนถ่ายรู้สึกกดดันนิดๆ เพราะคนเยอะเกินไป อิอิ แล้วสถานที่ก็โล่งมากซะด้วย แต่มาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ

และแล้วก็เสร็จถ่ายครบ 24 ภาพ
ต้องบอกว่าหลังจากฝึกเสร็จผมรู้สึก ว่าการสังเกตุของผมมันดีขึ้นทันตาเห็นเลยทีเดียว คิดว่าถ้าฝึกจนคล่องฝึกบ่อยๆ ผมว่าไม่เกินเดือนผมต้องเก่งระดับโลกได้แน่ๆ เลย อิอิ

ลองชมภาพทั้งหมด 24 ภาพที่ผมถ่ายดูกันนะครับผม และยังมีวีดีโอใน YouTube ด้วยนะครับ
ขอให้มีความสุขกับการชม และขอให้เก่งๆในการถ่ายรูปกันทุกคนเลยนะครับบบ สวัสดีครับ

























ดูวีดีโอทริปนี้ คลิก https://youtu.be/0M1zlBJHR2E

28 กันยายน 2558

อีก 50 ปีข้างหน้าจะไม่มีโรงเรียน


ทำไมผมถึงคิดแบบนี้เหรอครับ เพราะว่าโลกของเรามันแคบลงแล้ว 

โลกเราต้องการคนที่ทำในสิ่งที่รัก คนที่ประสบความสำเร็จก็ทำในสิ่งที่รัก มันถึงจะออกมาเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้เห็นกันในทุกวันนี้

แล้วไอ้โรงเรียนมันจะไม่มีได้ยังไงนะเหรอครับ ก็เพราะว่าคนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่ทำในสิ่งที่รัก อนาคตผู้คนก็ออกไปศึกษาค้นคว้าเรื่องที่ตัวเองรักด้วยตัวเองกันหมด ไม่ต้องพึ่งโรงเรียนเหมือนทุกวันนี้ ที่คนที่จะประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ผมคิดว่ามีไม่ถึง 5% เท่านั้นที่จบมาจากการเรียนที่โรงเรียน

ใครชอบ รักอะไรก็ไปศึกษาค้นคว้าเรื่องนั้นๆจนเก่ง หลังจากนั้นก็สร้างผลงานให้ผู้คนเห็นว่าเราเป็นใครทำอะไร

ตัวอย่างเช่น
ผมจะเป็นช่างภาพระดับโลก เวลาถ่ายภาพแล้วนำภาพของตัวเองมาดูมันรู้สึกมีความสุข หลังจากนั้นผมก็ไปศึกษาค้นคว้าและทดลองและฝึกด้วยตัวเองหรือไปฝึกกับช่างภาพที่เราชอบก็ได้ จนกว่าจะเก่งและมีผลงานเป็นที่ประทับใจเป็นของตัวเองให้ผู้อื่นได้เห็น ส่วนจะเป็นช่างภาพระดับโลกได้ยังไง เราก็แค่ศึกษาว่าช่างภาพระดับโลกเขาต้องมีอะไรบ้าง เพราะข้อมูลมีทุกอย่างอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต

บางคนอาจสงสัยอาว ถ้าจะเป็นหมอละ 
เราก็ไปศึกษาค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปฝึกอยู่กับหมอที่เก่งๆ
เป็นตำรวจละ
เราก็ไปศึกษาค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปฝึกกับตำรวจเก่งๆ

ถ้าใครที่ชอบและรักสิ่งที่ต้องเองจะทำจริงๆ เขาจะทำโดยที่มีความสุขตลอดเวลา แม้เขาจะเหน็ดเหนื่อยแต่มันก็ทำให้เขามีความสุขอยู่ดี สักวันก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

เมื่อผู้คนทั้งหมดเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรักได้ โลกนี้จะเปลี่ยนไปโดยที่ไม่มีใครคาดคิดได้เลยทีเดียว

ปล.นี่เป็นความคิดส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มันเป็นความจริงในอนาคต ^_^


27 กันยายน 2558

ช่องใหม่ใน YouTube ของผมเอง



สวัสดีครับเมื่อไม่นานมานี้ผมได้สร้างช่องการท่องเที่ยวใช้ชีวิตอิสระของผมเองใน YouTube เพื่อนๆสามารถเข้าไปกด Subscribe ติดตามการท่องเที่ยวของผมได้ทุกวันเลยนะครับ

วีดีนี้คือ เที่ยวบางกระเจ้า สมุทรปราการ
ทำไมเลือกเที่ยวที่นี่เหรอครับ เพราะที่นี่ได้ข่าวว่ามีอากาศดีให้สูดดม และออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานเที่ยวอีกด้วย

การไปเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกของผมนะครับ และผมก็ไปแบบ No plan คือไม่มีข้อมูลอะไรตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง ทำไมนะเหรอครับ การท่องเที่ยวแบบนี้เราจะได้เจอกับสิ่งใหม่ๆที่ไม่มีอยู่ในลิสการท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยก็ว่าได้ ทำให้เราได้ตื่นเต้นที่จะได้เจออะไรใหม่ๆที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และการเที่ยวแบบนี้ทำให้เรารู้จักกับผู้คนใหม่ๆ คนแปลกหน้า มากขึ้นด้วยนะครับ

แต่สุดท้ายการท่องครั้งนี้ก็ออกมาได้ตามที่คิดไว้ ได้เจอคนแปลกหน้า ได้ค้นหาอะไรใหม่ๆด้วยตัวเอง

ต้องขอขอบคุณการเดินทางครั้งนี้ที่ทำให้ผมรู้ว่า เราไม่ได้อยู่ในโลกนี้คนเดียว

ชีวิตเกิดมาแล้ว ออกไปใช้ซะ

1 ตุลาคม 2557

ค้นหาเป้าหมายที่ใช่ อย่าแขวนชีวิตไว้กับเงินทอง


ข้อความและภาพจาก หนังสือพิมพ์ M2F วันที่ 1 ตุลาคม 2014


คนเรามักจะถามว่า ถ้าอยากได้สิ่งนี้ จะต้องทำอย่างไร แต่ไม่เคยตั้งคำถามว่า เราทำไปเพื่ออะไร เพราะอะไร เหตุผลจูงใจที่ขับเคลื่อนสิ่งนั้นคืออะไร ถ้าคนเรามีเหตุผลให้กับสิ่งนั้นมากพอ ก็จะมีแรงผลักดันไปสู่วิธีทำได้เอง แต่ถ้าตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร ต่อให้รู้ว่าต้องทำมันอย่างไรก็จะไม่ลงมือทำ

วัฒน์-นิวัฒน์ พรชัยวรกุล NLP Life Coach แห่งคอร์สกลยุทธ์สู่ความเป็นเลิศของบุคคลที่ประสบความสำเร็จของโลก ปัจจุบันเดินสายจัดอบรมให้แก่บริษัทชั้นนำทั่วไทย เผยว่า นี่เป็นลักษณะสำคัญประการหนึ่งของคนไทย ที่มักทำในสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ตัวตน และความต้องการที่แท้จริงของตนเอง มักตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่ตัวเงิน ต้องได้เงินมากเท่านี้ ถึงจะพอใจ เมื่อไม่พอใจ ไม่ถึงเป้าหมาย ก็ต้องหาทางไปให้ถึงจนได้

ไม่ต้องไปมองที่ไหนไกล มนุษย์เงินเดือนนี่เองหลายคนคงตั้งเป้าหมายว่า อยากทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสูงๆ เมื่อมีที่อื่นเสนอเงินเดือนที่สูงกว่า ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนโยกย้ายงาน เพราะคิดว่าซื้อความมั่นคงในระยะยาว

ยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องของช่างปั้นดินเผา 2 คน ทั้งคู่ต้องการบุกเบิกธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาลายไทยในตลาด AEC ช่างคนแรกทำไปเรื่อยๆเพราะใจรัก ช่างอีกคนตั้งเป้าว่าต้องทำกำไรเท่านั้นเท่านี้ เมื่อเปิดขายไป 1 ปี ธุรกิจก็ยังซบเซาไม่ทำเงิน แต่คนแรกยังอยู่ได้ เพราะมีความสุขที่ได้ทำมัน แต่ช่างอีกคนต้องเลิกกิจการไปสมัครงานบริษัทแล้วมองหาแต่งานที่เงินเดือนสูงๆ สุดท้ายก็จะเป็นวังวนเดิมคือ หากได้งานที่เงินดี ก็อาจจะไม่ใช่งานที่อยากทำ

นิวัฒน์ ยกอีกกรณี เป็นเด็ก ม.6 2 คนที่ฝันอยากเป็นหมอ คนแรกเป็นลูกคนมีฐานะ อยากเป็นหมอเพราะได้เงินดี มีคนนับหน้าถือตาในสังคม อีกคนเป็นเด็กชนบทห่างไกล ฝันอยากเป็นหมอเพื่อกลับไปช่วยเหลือบ้านเกิด หากถามว่า ใครจะเป็นหมอที่ดีและมีความสุขในระยะยาวมากกว่า อาจต้องยกให้เป็นเด็กคนหลังเพราะเขามุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ เพื่อผู้อื่นมากกกว่ายึดติดเงินเดือนแพงแบบโรงพยาบาลในเมือง

เพราะงานที่เงินเดือนแพง ใช่ว่าทำแล้วจะมีความสุขเสมอไป บางคนย้ายงานมา เพราะความจำเป็นทั้งที่ตัวงานมันไม่ใช่ เรื่องนี้นิวัฒน์บอกว่า คนเราอย่ามัวหลงเงินตรา ต้องหาเหตุผลอื่นที่มากกว่าเงินทองได้แล้ว

อย่างน้อยๆ ต้องเป็นเหตุผลที่มาจากการเข้าใจตนเอง รู้ความต้องการของตนเองที่แท้จริง เพื่อยุติวงจรการเปลี่ยนงานแบบอัพเงินเดือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เสียที

ถ้าคิดอ่านทำอะไรคนเดียว ยังเห็นไม่เด่นชัดพอ ลองหาเพื่อนคู่หู คนรู้ใจช่วยไถ่ถาม สะท้อนความเป็นตัวเราให้ชัดเจน ดึงภาพฝันที่แท้จริงออกมาเหมือนโค้ชฟุตบอล ดึงความสามารถที่ซ่อนในตัวนักเตะแต่ละคนออกมาให้ได้

ที่สำคัญ เมื่อไรที่เราค้นพบและเข้าใจตนเองแล้ว อย่าลืมที่จะส่งต่อ แบ่งปันสิ่งดีๆเหล่านั้นไปยังคนรอบข้างด้วย

19 สิงหาคม 2557

ชีวิตอยู่กับที่

ไม่ได้เขียนซะนาน ลองกลับมาเขียนดูละกัน เพื่อปลดปล่อยอารมณ์สักหน่อย

ชีวิตอยู่กับที่ ในที่นี้คือการทำอะไรซ้ำซากจำเจ แม้กระทั่งการเดินผ่านทางตรงนี้ทุกวัน รับเงินเดือนทุกเดือน ซื้อมือถืออันใหม่อัพเดตเสมอ กินกาแฟเวลานี้ประจำ
ทั้งหมดนี่คือ ชีวิตที่อยู่กับที่
ทำไมถึงเรียกว่าอยู่กับที่น่ะเหรอครับ
ก็เพราะว่าเป็นการทำวนไปวนมา ไม่ไปไหนยังไงล่ะครับ
อย่างเช่น การรับเงินเดือน แม้จะบอกว่าจะเหมือนเดิมได้อย่างไรเงินเดือนมันขึ้นนะไม่ได้อยู่กับที่สักหน่อย นั่นล่ะครับคือการอยู่กับที่ เงินเดือนมันก็ขึ้นเหมือนเดิมซ้ำๆ

แล้วการซื้อมือถือรุ่นใหม่ๆล่ะซ้ำยังไง ไม่ต่างกันมันก็ออกมาใหม่อยู่ดี ออกมาใหม่เราก็ไปซื้ออันใหม่อีกยังไงล่ะครับผม

ทั้งหมดนี้ก็คือการทำเหมือนเหมือนกัน เป็นการทำตามกระแสก็ว่าได้ กระแสของผู้อื่นกำหนด
ไม่ใช่กระแสของตัวเองกำหนด เพราะฉะนั้นชีวิตเราก็จะเหมือนเดิมไม่ไปไหน แม้เงินเดือนเพิ่มขึ้นแต่ชีวิตก็ไม่เปลี่ยนไปไหนเลย

ถ้าทำตามกระแสที่ผู้อื่นเป็นคนกำหนดแบบนี้ คือไม่ต่างจากผู้ตามอยู่ร่ำไป เขาให้ทำอะไรก็ทำ ผู้เขาเป็นผู้กำหนดนั้นเอง

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังงงอยู่ล่ะก็ไม่แปลก เพราะคุณคือผู้ที่อยู่กับที่นั่นเอง

แล้วอะไรล่ะคือการไม่อยู่กับที่ การมีชีวิตที่อิสระยังไงล่ะครับ ไม่ต้องไปตามใครเขา เลือกที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองอยากจะทำ
ถ้าใครยังไม่รู้ว่าชีวิตอิสระเป็นอย่างไรออกไปค้นไปหามา แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตมันสุดยอดขนาดไหน

สวัสดีครับพี่น้อง


11 กุมภาพันธ์ 2557

Count On Me - Bruno Mars (Cover by Arno)


เพลงนี้ Count on me ผมได้ยินทำนองของเพลงเลยสนใจ แล้วก็ชอบ
เพลงสากลส่วนมากผมสนใจทำนองแล้วก็การร้องที่ไพเราะก่อน จากนั้นถึงจะมาสนใจเนื้อเพลงอีกที ว่ารายละเอียดเนื้อเพลงเป็นยังไง

แต่เพลงนี้มาจากทำนองล้วนๆครับ เป็นเพลงที่ฟังสบาย รื่นหู

เป็นวีดีโอเพลงที่ 4 ที่ผมได้ cover
ที่สำคัญเป็นเพลงแรกที่ทำเป็น MV โดยสถานที่ถ่ายทำก็ใกล้ที่พัก อนุสาวรีย์ชัยฯ และสวนสันติภาพ
ถ้ายังไงลองฟังลองดูกันนะครับ

ภาพวิว สวนรถไฟ กับ สวนจตุจักร

เป็นครั้งแรกที่ผมหัดถ่ายรูปอย่างจริงจัง และนี่เป็นสถานที่แรกที่เลือกไปหัดถ่าย ก็คือสวนรถไฟกับสวนจตุจัก กทม.

ทำไมถึงเลือกถ่ายที่นี่เหรอ 
เพราะมันอยู่ใกล้ที่พัก (ผมพักแถวอนุสาวรีย์) ประหยัดค่าเดินทาง ที่สำคัญผมไปรีวิวสถานที่ถ่ายงานแต่งผมเอง ประมาณว่าไปดูสถานที่ว่าใช้ถ่ายรูปงานแต่งได้ไหม ผมชอบหรือเปล่า เป็นยังไง สิ่งแวดล้อมประมาณไหน 

พอไปแล้วก็รู้สึกดีครับ มีแต่สีเขียวเต็มไปหมด เห็นแล้วรู้สึกสดชื่นดี เดินสบาย น่านั่ง น่านอนเล่นดี ตั้งใจไปเที่ยงเพราะว่าจะได้ถ่ายรูปช่วงบ่ายสาม เขาว่าดี(หรือรู้สึกไปเอง) แต่ไปก่อนเพราะว่าไม่เคยไป เลยไปสำรวจว่าตรงไหนน่าถ่ายบ้าง ไปจริงๆก็ไล่ถ่ายไปเรื่อย มุมไหนสวยก็กดเลย อิอิ 

ก่อนอื่นก็เดินเข้าไปเช่าจักรยานก่อนเลย คันละ 20 บาท ตลอดวัน ปั่นไปถ่ายไป ไปให้ทั่วก่อน จากนั้นประมาณบ่ายสามตามที่ตั้งไว้ก็เอาจักรยานไปคืน จากนั้นก็เดินมาถ่ายตามจุดต่างๆที่คิดว่าสวย แต่จริงๆปั่นจักรยานก็ถ่ายไปบ้างเหมือนกัน 

ก็สนุกดีครับถ้าใครมือใหม่อยู่กรุงเทพก็ลองไปหัดถ่ายที่นั่นดูได้นะครับ ร่มรื่นดี คิดว่าว่างอีกจะไปเก็บรายละเอียดอีกทีวันที่ผมไปก็ไม่ได้เดินทั่วทุกตารางเท่าไหร่ เพราะเพิ่งเคยไปครั้งแรก 

รูปที่ถ่ายด้านล่างจบหลังกล้อง มีอยู่ 2 รูปที่ตัดขอบส่วนเกินออก คือ ต้นไม้ในถนน กับ เทพีกลางแจ้ง ติชมกันได้นะครับผม มือใหม่น้อมรับ ขอบคุณครับ




5 กุมภาพันธ์ 2557

About Time


เรื่องนี้ผมชอบมากๆ จะพูดยังไงดีล่ะ อืม....
ตอนแรกได้ยินว่าเรื่องนี้พระเอกมีความสามารถย้อนเวลาได้ ก็เลยสนใจเพราะชอบแนว จิตนาการ สร้างสรรค์ แต่ติดตรงเป็นหนังรักเนี่ยแหละ ก็เลยงง และก็แปลกใจ ประมาณว่ามีพลังพิเศษแต่เป็นหนังเรื่องความรัก แล้วมันจะมันตรงไหนล่ะเนี่ย


จนในที่สุดก็ทนความสนใจเรื่องย้อนเวลาไม่ได้ก็เลยต้องดู
เรื่องก็มีอยู่ว่า ครอบครัวนี้ผู้ชายทุกคนสามารถย้อนเวลาได้ เป็นความสามารถเฉพาะครอบครัวนี้เท่านั้น ย้อนเวลากลับไปในอดีตได้เท่านั้น ไม่สามารถไปอนาคตได้ ง่ายๆ สามารถกลับไปแก้ไขเหตุการต่างๆได้ทั้งหมดในอดีต

หากคุณสามารถย้อนเวลาได้จะย้อนไปทำอะไรกันบ้าง ชีวิตที่ผ่านมาอยากจะย้อนไปแก้ไขตรงไหนกันเอ่ย แต่ในเรื่องนี้พระเอกใช้ความสามารถนี้ในการตามหาความรักนั่นเอง
ยอมรับว่าพอดูจบแล้วชอบมากๆ ซึ้งดี นางเอกก็น่ารัก สวย

ดูแล้วได้อะไรจากเรื่องนี้
การใช้ชีวิตให้มีความสุขกับทุกๆวัน

อยากรู้ว่าเป็นยังไง มันทำให้เราอยากใช้ชีวิตที่มีความสุขได้อย่างไร

ทุกเหตุการณ์ ทุกเวลาที่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราสามารถทำให้มันมีความสุขได้เพียงแค่ คิดบวก

ยังไงลองหาดูชมกันนะครับผม ดูกับแฟน หรือครอบครัว ก็ยิ่งดี รับรองคุณจะรู้คุณค่าของชีวิต และอยากใช้ทุกเวลาให้มีคุณค่ามากที่สุดเลยละครับผม

สวัสดีครับ






19 พฤศจิกายน 2556

วิธีใช้รถให้คุ้ม


พอดีเมื่อวานผมมองรถเยอะบนถนนแต่ละคันมีแต่ที่ว่างเลยคิดขึ้นมาว่านี่พวกเขาใช้รถกันไม่คุ้มกันเลย รถมีที่นั่งเหลือตั้งเยอะเกือบทุกคัน และวันหนึ่งมีรถวิ่งตลอดคิดดูวันหนึ่งน้ำมันจะต้องใช้เท่าไหร่ เงินที่หมดกับค่าน้ำมันทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วพืันที่ว่างทั้งหมดที่ไม่ได้ใช้มีเท่าไหร่ คิดดูแล้วผมว่าไม่คุ้มเลยกับพืันที่ว่างไม่ได้ทำอะไรเลย คิดไปคิดมาเราจะทำอย่างไรกับพืันที่ว่างดีเน้อ

ตอนนั้นกำลังรอรถตู้อยู่ หลายคนก็รอรถอยู่ ก็เลยปริ้ง!!! ถ้าเราเอาคนพวกที่รอไปใส่ที่รถคันที่ว่างดูล่ะ แล้วก็ให้คนพวกนี้จ่ายเงินน้อยลง จากปกติจ่าย 30 ก็เหลือสัก 20 บาท ลดค่าใช้จ่ายและค้นที่ว่างก็ได้เงินคนละ 20 บาทลดค่าใช้จ่ายเหมือนกันเพราะว่าเอาเงินไปจ่ายค่าน้ำมันประหยัดทั้งสองฝ่ายเห็นๆ สุดยอด

แล้วก็คิดไปต่อว่า เอ.. แล้วจะเอาอะไรไปบอกว่าจะไปไหนยังไงกันนะ เพราะถ้าไม่งั้นคงเสียเวลากันแย่เลยกว่าจะถามกันรู้เรื่อง

นี่เลยเทคโนโลยีใช้กันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แค่ส่งสัญญาไฟเข้าไปให้เข้าใจตรงกันตามนี้ 
เพราะว่าปกติเราก็จะรู้ระยะทางจากที่เราจะไปอยู่แล้วว่าเท่าไหร่ แค่เราเห็นสัญญาไฟคนขับก็รู้แล้วว่าเขาจะต้องรับคนไหนไป ลดเวลาในการถามลงเพราะแบ่งเป็นระยะทางตามสัญญาที่เข้าใจแล้ว อิอิ



เอะ.. แล้วแบบนี้มันจะปลอดภัยเหรอ เทคโนโลยีไงครับ ปกติก็แชร์กันอยู่แล้ว ก่อนขึ้นไปก็ถ่ายรูปคนขับหรือรถด้วยแล้วแชร์ซะเลย แค่นี้ก็ปลอดภัยแล้วมีเรื่องคุยจนกว่าจะถึงบ้านอีกไม่ต้องกังวลรอนานเมื่อถนนเต็ม เผลอๆอาจจะได้เพื่อนใหม่ๆแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ Like กันยาวล่ะงานนี้

แค่นี้เราก็จะได้เพื่อนใหม่ ลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องรอรถให้แถวยาว(นาน) like กันยาว

โอเคก็เป็นไอเดียแนะนำกันไป แต่ที่สุดแล้วเรื่องจริงคือใช้รถไม่คุ้ม หรือคุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างเอ่ย? อิอิ

11 พฤศจิกายน 2556

Katy Perry - Roar


Roar หมายถึง เสียงคำราม เนื้อหาเพลงที่ประมาณว่า หากใครทำอะไรฉันให้ล้ม ฉันก็จะลุกขึ้นมาอีก และเป็นผู้ชนะ เป็นผู้ที่เลือกชีวิตของตัวเองได้

เป็นเพลงที่ต้องใช้พลังเสียงในการร้อง(แต่ไม่ใช่แบบในวิดีโอผมนะ อิอิ)
ของผมเป็นแบบว่าหัดร้อง หัดเล่น พลังเสียงก็เลยไม่เต็ม แต่จะพัฒนาต่อไปล่ะกันนะครับถ้าหากใครสนใจและติดตามผม

มาพูดถึงเรื่องการเป็นผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชาย ไม่สามารถชนะผู้ชายได้ แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้วัดกันที่พลังกันแล้ว เขาวัดกันที่ความคิด ความรู้ การพูดจา ต่างๆ นาๆ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงดูแลตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องพึ่งผู้ชาย

ส่วนตัวผม ผมคิดว่าผู้หญิงที่เป็นแฟนหรือภรรยา ไม่ได้มีหน้าที่เหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะครับ คืออะไรน่ะเหรอ ซักผ้า กวาดบ้าน งานต่างๆ ทุกๆอย่าง ลืมมันไปซะ ผมคิดว่าเรามาช่วยกันทำดีกว่า หรือไม่ก็แบ่งกันไปใครถนัดแบบไหนก็กว่ากันไป ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ให้คนใดคนหนึ่งทำคนเดียว และอะไรที่เป็นของเรา เราเป็นคนทำเอง เราก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับยุคนี้ เพราะเราเท่าเทียมกัน ช่วยเหลือกันน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับผม

Jessie J - Price Tag ft. B.o.B.



เป็นเพลงที่สนุก เนื้อหาก็ประมาณว่าทำไมต้องเครียดกับการหาเงิน ใช้ชีวิตลำบากกันทำไม เงินไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขหรอก เรามาเล่น เต้นเรามาโยกกันดีกว่า 

ก็เป็นเพลงหนึ่งที่ผมชอบไม่บอกก็น่าจะรู้ 

เพลงนี้เป็นเพลงสร้างสรรค์ และหลายคนก็ชอบฟังมัน และถ้าทำตามได้ก็สุดยอดล่ะครับ

Turbo เทอร์โบ หอยทากจอมซิ่งสายฟ้า


หนังการ์ตูนมาอีกเรื่องแล้ว เรื่องนี้ขอบอกว่าเป็นหนังการ์ตูนจริงๆ เพราะเป็นเรื่องหอยทากแข่งกับรถแข่ง งงเลย แต่นี่ล่ะการ์ตูน ทุกสิ่งเป็นจริงได้ 

Turbo เทอร์โบ หอยทากจอมซิ่งสายฟ้า

เป็นเรื่องเกี่ยวกับหอยทากตัวหนึ่งที่มีความเร็วปานสายฟ้า เริ่มจากหอยทากตัวนี้ชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจแต่เนื่องจากหอยทากเป็นสัตว์ที่ช้ามากๆ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะไปแข่งกับรถจริงๆ และยังมีพวกหอยทากอื่นๆชอบหัวเราะเจ้าเทอร์โบเสมอ เพราะเทอร์โบชอบจิตนาการกับการใช้ชีวิตของเขาอยู่เสมอ เช่น จิตนาการว่ามะเขือเทศคือรถแข่ง หรือเป็นถ้วยรางวัล สนุกกับชีวิต และยังมีพี่ชายที่คอยเตือนเขาเสมอว่าเป็นไปไม่ได้เราเป็นหอยทากชีวิตเรากำหนดให้เดินช้า และแล้วเหตุการไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเทอร์โบ เป็นยังไงไปดูต่อกันนะครับผม

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "เราอาจกำหนดสิ่งที่เราเป็นหรือเลือกเกิดไม่ได้ แต่เรากำหนดชีวิตเราได้" 

ถ้าหากเราคิดว่าพ่อแม่เป็นครูเราก็ต้องเป็นครูตามพ่อแม่ นั่นเป็นเรื่องที่ห่วยสิ้นดี ถ้าหากคุณไม่ชอบชีวิตครู ผมหมายถึงไม่ว่าเราจะเกิดมาแบบไหน คุณสามารถที่จะเป็นได้ทุกสิ่งที่คุณอยากเป็น หาสิ่งที่เราชอบแล้วทำมัน ชีวิตไม่ได้ยาวอย่างที่คุณคิด เลิกใช้ชีวิตที่จำเจ น่าเบื่อซะ นั่นไม่ใช่คุณหรอก สิ่งที่คุณเป็นหรือชอบต้องทำให้คุณมีความสุขทุกวันนั่นแหละคุณ หามันให้เจอ อย่าหยุดหาถ้ายังไม่เจอ อย่าให้เสียชาติเกิด ฝากไว้แค่นี้ล่ะกันนะครับผม สวัสดีครับ

 

7 พฤศจิกายน 2556

Kick Ass โคตรเกรียน


ภาพยนต์ Kick Assโคตรเกรียน

เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แม้ว่าคนอื่นๆเขาจะบอกว่าธรรมดา แต่ขอบอกว่าเนื้อหานั้นใช้ได้เลยล่ะครับ

จากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อยากจะเป็นฮีโร่ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ตัวเองไม่มีพลังใดๆ เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะใจมันรักเลยทำให้เขาซื้อชุดฮีโร่มาใส่แล้วออกตะเวรช่วยเหลือผู้คน ไม่ว่าจะช่วยเหลือแมว หมาหาย อะไรเล็กๆน้อยๆที่ตัวเองจะทำได้ แต่แล้วก็ได้มาพัวพันกับตัวร้ายของจริง และได้มาเจอกับเด็กหญิงซึ่งโตมาพร้อมกับความเป็นฮีโร่ของจริง ชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่งก็ได้เปลี่ยนไป

ยังไงก็ลองหาดูกันเอาเองนะครับผม
ที่ผมชอบเรื่องนี้ก็เพราะว่า การเป็นฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังพิเศษ คนธรรมดาก็เป็นได้ ฮีโร่ที่เป็นคนธรรมดาผมว่าเจ๋งสุดๆ

คำคมในเรื่องนี้ก็คือ "ฮีโร่ คือคนที่สามารถรับมือกับความเจ็บแล้วเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้องนั่นเอง"

คุณก็เป็นฮีโร่ได้ โดยการเริ่มจากใจ สวัสดีครับ

6 พฤศจิกายน 2556

ทำดีคืออะไรเอ่ย



ทำดีคืออะไรเหรอ?

สำหรับผม การทำดีคือสิ่งที่ทำแล้วเรามีความสุข ทำแล้วรู้สึกดี ทำแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น แค่นี้

ที่ผมเขียนบทความนี้เพราะเห็นข้อความว่า เหนื่อยไหม...มีใครเห็นบ้างล่ะ ประมาณว่าเขาน่าจะทำเกี่ยวกับช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผู้โพสต์อาจจะไม่ได้ทำแต่เห็นใจ เลยรู้สึกว่าทำไมทำดีไม่มีใครเห็นนะ 

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครทำอะไร มากจากไหน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมันจะอยู่กับเราไม่ทางไดก็ทางหนึ่ง ใครทำคนนั้นก็ได้ไม่มีใครได้สิ่งที่ไม่ได้ทำหรอกครับ เพราะทุกอย่างต้องเท่าเทียมกัน 

ผมลองมานึกดูบางที คนที่ทำดีอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าการทำอยู่นั่นคือการทำดีที่แท้จริง หรือไม่ก็รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้รับอะไรตอบแทนสำหรับการทำดีนี้เลย 
ประมาณว่า ผมก็ช่วยเหลือไปตั้งมากมายแต่ไม่เห็นได้อะไรกลับมาเลย เอ่อ นั่นคงไม่ใช่ทำความดีอ่ะป่าวครับ เพราะเราทำเราก็ได้เลยนะครับ ความสุขไงครับ อิอิ

ทำดีคือการไม่หวังผลใดๆ ทำแค่อยากทำ ทำแล้วมีความสุขนะครับผม

ลองดูนะครับ โลกคุณจะสดใส ทุกวัน




29 ตุลาคม 2556

คุณเป็นคนแบบไหน ในการขึ้นรถตู้


วินัยการขึ้นรถตู้
คุณเป็นคนแบบไหนในการขึ้นรถตู้เอ่ย

  • มาก่อนเลือกได้
  • มาก่อนเข้าด้านในสุด
มาก่อนเลือกได้ จะนั่งตรงไหนก็ได้ เพราะฉันวิ่งมาก่อน เพื่อให้ได้เป็นคนที่มาก่อนจะได้เลือกที่นั่งก่อน เหอะๆ หากเลือกแบบนี้ไม่ผิด แต่บอกถึงว่าคุณคือคนที่เห็นแก่ตัว ลองนึกดีๆ ทำไมคุณถึงเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ เพราะคุณเลือกให้ตัวเองสบายโดยไม่คิดถึงคนอื่นและยังทำให้ผู้ที่มาทีหลังไม่สะดวกอีกต่างหาก 

มาก่อนเข้าด้านในสุด เป็นวินัยที่ต้องกระทำ ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วย มันบอกถึงอุปนิสัยว่าคุณเป็นผู้ที่เสียสละ ไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนตน การทำสิ่งที่หลายคนยากจะทำ เป็นสิ่งที่ดีครับผม

เริ่มจากวินัยเล็กๆ แค่นี้ ต่อไปอนาคตรถในกรุงเทพโล่งแน่ๆครับผม

เพราะผมอยากให้สังคมเรามีความสุข ลดความเห็นแก่ตัว แล้วโลกคุณจะเปลี่ยนไป

28 กันยายน 2556

The Croods - Movie


การ์ตูนเรื่อง The croods

ผมชอบดูหนังการ์ตูนตรงที่เขามีเนื้อหาที่น่าสนใจ มีคติสอนใจ แนวทางการใช้ชีวิต จริงๆหนังทุกประเภทก็มีคติสอนใจกันทุกเรื่องนั่นแหละครับ

แต่วันนี้ผมยกเรื่อง The croods เป็นหนังแนวครอบครัว ยุคหิน ที่มีกันอยู่ 6 คน อาศัยอยู่แต่ในถ่ำ มีร่างกายแข็งแรง เป็นครอบครัวที่ขี้กลัวไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ถ่ำคือสิ่งที่เขาคิดว่าช่วยให้ครอบครัวเขาอยู่รอดได้ แต่มาวันหนึ่ง มีเด็กผู้ชายปรากฎตัวพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เพราะโลกกำลังจะแตกทำให้ถ่ำที่อยู่อาศัยพังลงและจำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ เด็กหนุ่มคนนี้ได้สอนวิธีการเรียนรู้ การอยู่รอด คือการไม่ หลบซ่อน ซึ่งแตกต่างจากผู้นำครอบครัวนี้คือการหลบซ่อนนั่นเอง พ่อซึ่งคิดว่าตัวเองมีหน้าที่ปกป้องให้ครอบครัวนี้ปลอดภัย ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ครอบครัวเขาปลอดภัย แต่เด็กชายคนนั้นสอนให้ครอบครัวนี้ดูแลตัวเอง มีความคิดเป็นของตัวเอง ตามหาความฝัน กล้าที่เผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ

สรุปก็คือ การหลบซ่อนไม่ใช่วิธีป้องกันในระยะยาว ไม่ควรกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ แต่เราควรที่จะศึกษาในสิ่งที่เรากลัว หรือไม่รู้ นั่นคือการใช้ชีวิตที่อิสระนั่นเอง

ฝากไว้เท่านี้น่ะครับผม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าดูเรื่องหนึ่ง สนุก ตลก ลองดูนะครับผม สวัสดีครับ

23 กันยายน 2556

Just do it!


สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องวันนี้จะมาทำเสนอ just do it!

เป็นความหมายที่ฟังดูง่ายๆ Just do it! ทำมันซิ ทำมันซะ ประมาณนี้ เป็นคำสั้นๆ แต่ใจความน่าสนใจมากๆ

ใช่แล้ว เราทุกคนเกิดมามีสิ่งที่อยากจะทำอยากจะเป็นกันทุกคน อยากเป็นดาราดัง เป็นนักร้อง นักการเมือง นักธุรกิจ ครู คนธรรมดา อยากไปเที่ยวนู้เที่ยวนี่ เยอะแยะมากมาย

แต่จะมีสักกี่คนที่ทำมันจริงๆล่ะ แน่นอนมีประมาณไม่เกิน 10% ของทั้งหมดที่ทำมันและคนใน 10% เนี่ยแหละที่รู้จักชีวิตจริงๆ มีความสุขในสิ่งที่อยากทำแต่มันก็เป็นปกติในโลกปัจจุบันที่มีแค่นั้น

แล้วคนอีก 90% ล่ะทำไมถึงทำไม่ได้
เพราะเขาคิดว่าเขาทำไม่ได้ยังไงล่ะ เพราะ 90% จะคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก ใครจะไปมีเวลาแบบนั้น ใครจะมีเวลาไปทำแบบนี้

คนพวกนี้วิธีคิดเขาจะแตกต่างจาก 10% อย่างเห็นได้ชัด คือ เมื่อคนเราคิดว่าทำไม่ได้หรอก อย่าไปทำเลย อย่าไปฝันเลย แบบนี้คุณกำลังปิดทางเลือกทุกทางเลือกที่จะทำในสิ่งที่เราอยากทำ อยากจะเป็น

ตัวอย่างเช่น
คนใน 90% จะคิดว่าทำไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้ ทางเลือกของเขาคือ 0
คนใน 10% เราทำได้อยู่แล้ว แล้วจะทำมันเลยล่ะ ทางเลือกของเขาจะมีมากมายไม่รู้จบ

เห็นไหมครับตัวอย่างง่ายๆของผู้ที่ ทำ และไม่ทำ
ไม่ว่าคุณอยากจะทำอะไรก็แล้วแต่ เที่ยวรอบโลก มีเงินร้อยล้าน มีบ้านสิบหลัง มีตึกสูงๆ อยากอยู่นอกโลก คุณทำได้ ไปทำมันเลยดิ

แต่ถ้าบอกทำไม่ได้เมื่อไหร่ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบอยู่ตรงนั้น

ลองคิดนะครับว่าคุณอยากเป็นแบบไหน ทุกคนมีทางเลือก และทุกอย่างเป็นไปได้ "แค่ทำมันซะ"

27 สิงหาคม 2556

ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ กับ สามช่วงของความรัก

 

 พอดีผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ไปเจอหนังสือ "ฝนกล้วยให้เป็นเข็ม" ของ นิ้วกลม ถูกใจเลยเอามากฝากครับผม

     ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีๆ กับใครคนนั้นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความอยากได้เขาคนนั้นมาอยู่ใกล้ๆ เหมือนอยากได้กระเป๋า รองเท้าสวยๆ ที่ถูกใจเป็นแค่ "ความอยากได้" ไม่ใช่ "ความรัก"

     ความรักนั้นไม่จำเป็นต้องได้คนนั้นมาเป็นของเรา ไม่ต้องมีเขามาอยู่ข้างกายความรักเกิดขึ้นจากการทำความรู้จักจนเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น

     หาก "กระบวนการรัก" แบบนี้เกิดขึ้นจนครบวงจร รับรองว่าไม่มีความทุกข์
     ความทุกข์เกิดขึ้นทุกทีเมื่อแต่ละคนเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ความรักนั้นต่างไป ความรักคือการลดความสำคัญของตัวเองลง และคิดถึงคนที่เรารักมากขึ้นรักจึงทำให้โลกกว้างใหญ่และขยายหัวใจเราให้กว้างขึ้น

     เมื่อคิดถึงความสุขของคนที่เรารัก เราก็จะคิดถึงความสุขของตัวเองน้อยลง เมื่อคิดถึงตัวเองน้อยลง เราก็ทุกข์น้อยลง เพราะความทุกข์ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการที่อะไรๆ ไม่ได้ดั่งใจตัวเอง

     ความรักทำให้รู้จักสละตัวตน รู้จักสุขเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข ทำให้ได้รู้ว่าความสุขไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่ตัวเรามีความสุขเท่านั้น

     รักจริงไม่ทุกข์ รักที่ทุกข์คือรักไม่จริง
     เพราะรักที่ทุกข์นั้นแปลว่ายังคิดถึงตัวฉันมากกว่าตัวเธอ
     การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารักนั้นอาจทำให้เกิดทุกข์ แต่อย่างน้อยเราก็สุขที่เคยได้รักกัน และระหว่างทางของความรักเส้นนั้นก็มีสิ่งที่คุ้มค่ากับความทุกข์ เมื่อพลัดพราก สิ่งนั้นคือการที่เราได้รู้จัก "รัก"
     ถึงอย่างนั้น ความรักก็มีหลายระยะหลายช่วงเวลา

     ช่วงแรก ก็เหมือนรักลวงตา ทำอะไรให้กันก็ถูกใจไปเสียทุกอย่าง

     ช่วงกลาง เป็นช่วงพิสูจน์รัก เป็นช่วงทำความรู้จักและเรียนรู้ความแตกต่างหากใครผ่านช่วงนี้ไปได้ก็จะเข้าสู่ช่วงท้ายๆ ของความรัก ช่วงทำความรู้จัก เรียนรู้ ยอมรับ และทำความเข้าใจจึงเป็นช่วงสำคัญ คนสองคนนั้นมากจากโลกคนละใบไม่มีใครคิดเหมือนกันไปซะทุกอย่าง หากทั้งสองฝ่ายอยากเรียนรู้โลกของกันและกัน แบ่งรับแบ่งสู้ รักก็จะงอกเงย โลกสองใบก็จะไหลรวมกัน แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายเข้ากันไม่ได้ โลกทั้งสองแตกต่างเกินความพยายาม แผนการรักก็คงต้องพับเก็บไป

     ช่วงสุดท้าย เป็นช่วงชื่นชมกับดอกผลของต้นรัก เมื่อรู้จัก เข้าใจ ประคับประคองดูแลจนโลกสองใบไหลเข้าหากันจนกลายเป็นใบเดียวแล้ว ที่เหลือก็คือการดูแลซึ่งกันและกัน ช่วยให้กำลังใจกัน เมื่อได้อยู่อาศัยบนโลกใบเดียวกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง คนสองคนซึ่งเคยต่างก็เขยิบเข้าใกล้ กลายเป็นคนที่คล้ายกันมากขึ้น ถึงจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่ก็มีส่วนเกี่ยวกันอยู่เยอะ

อ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ ผมคิดว่าผมอยู่ช่วงสุดท้าย(ไม่รู้คิดคนเดียวหรือเปล่า อิอิ)

คุณล่ะคิดว่าอยู่ช่วงไหนกันเอ่ย

ความรักทำให้รู้จักสละตัวตน รู้จักสุขเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข ทำให้ได้รู้ว่าความสุข ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่ตัวเรามีความสุขเท่านั้น

9 สิงหาคม 2556

แบบนี้เลย เรียกว่าสุดยอด


ไปเจอที่เฟสบุกถูกใจมากๆ เลยเอามากฝาก

"Dobri Dobrev" อดีตทหารผ่านศึก อายุ 98 ปี
ผู้สูญเสียการได้ยินเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2

ทุกๆวัน เขาได้เดินเท้าจากหมู่บ้านของเข
เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร เข้ามาในเมือง
ด้วยรองเท้า เสื้อผ้าที่ตัดเย็บเอง
และใช้เวลาทั้งวัน เพื่อ "ขอทาน"

ต่อมา โบสถ์สำคัญที่สุดของเมือง
ค้นพบว่า ชายชราขอทานยากจนผู้นี้
เป็นผู้บริจาคเงินให้โบสถ์เพื่อซ่อมแซม และ
บริจาคเป็นค่าสาธารณุปโภค
ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกด้วย
รวมเงินบริจาค มากกว่า 4 หมื่นยูโร

เงินที่เขาบริจาคนั้น ได้มาจากการขอทาน
ส่วนตัวเขานั้น ยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ
ที่รัฐจ่ายให้ เดือนละ 80 ยูโรเท่านั้น..

ถ้าคุณคิดจะ "ให้" คุณไม่จำเป็นต้องร่ำรวยเสียก่อน
จึงจะให้ได้..
"ฐานะ" ไม่จำเป็นเลย ถ้าคุณคิดจะให้ผู้อื่น

ชายชราผู้นี้..คือ ผู้ร่ำรวย "ความสุข" ที่แท้จริง..

NatCha@ร้อย8-พัน9


อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับผมพอได้อ่านบทความนี้แล้วผมรู้สึกว่าพอจะรู้แล้วว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร และนี่คือไอดอลของผม บอกตามตรงชอบมากๆ 

ชีวิตจะต้องการอะไรมากมาย ไม่ยึดติด มีความสุขในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่ดี
สักวันหนึ่งผมต้องมีจิตใจแบบลุงเขาให้ได้